วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

ผ้าแดง ห่มองค์พระสมุทรเจดีย์...

การจัดงานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ หลังการอัญเชิญผ้าแดงที่ห่มรอบองค์พระเจดีย์เมื่อปีที่ผ่านมา (ปี ๒๕๕๐) ลงแล้ว มีการตัดผืนผ้าแดงออกเป็นผ้าชิ้นเล็กๆ เพื่อแจกจ่ายแด่ผู้มีจิตศัทธราทั้งหลาย ปรากฏว่า ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ผ้าแดงผืนใหญ่ที่เคยห่มรอบองค์พระเจดีย์มาแรมปี ถึงแม้จะแบ่งออกมาได้เป็นจำนวนมาก ก็ยังไม่เพียงพอแก่ความต้องการของผู้ที่ร่วมงานในวันนั้น จนเป็นที่กล่าวขาลกันว่าผ้าแดงชิ้นเล็กที่แบ่งออกมานั้นหายไปอยู่กับใคร เพราะแม้แต่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ข้างองค์พระสมุทรเจดีย์ ก็ยังบ่นว่าไม่เคยได้เห็น และไม่เคยได้รับเลยสักปี จึงเกิดคำถามต่อมาว่า ผ้าแดงที่มีชาวบ้านยื้อแย่งกันนั้นมีความเป็นมา และมีความสำคัญอย่างไร


พระสมุทรเจดีย์ เดิมเป็นเกาะที่ตั้งอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามเทศบาลนครสมุทรปราการ เป็นศาสนสถานที่ไม่จัดว่าเป็นวัด และไม่มีองค์กรผู้รับผิดชอบที่แน่นอน การเดินทางไปก็ต้องอาศัยทางเรือเท่านั้น ทำให้เกิดอุปสรรค์ในการดูแลรักษา แต่ด้วยความเป็นพระมหาเจดีย์คู่เมือง เป็นที่สักการะของเหล่าชาวปากน้ำ ทำให้ชาวบ้านตลาด และชาวท้ายบ้านตลาด ต่างก็ทุ่มเทจิตใจในการร่วมกันอุปถัมภ์
ในการจัดงานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์ในแต่ละปี นอกจากวัตถุประสงค์ในการเชิญชวนชาวบ้าน ให้พากันแจวเรือขึ้นเกาะเพื่อกราบไหว้บูชาแล้ว ยังต้องมีการเรี่ยไรร่วมกันทำบุญ และร่วมบริจาคทรัพย์เพื่อใช้ในการบูรณะสิ่งก่อสร้างรอบๆเกาะอีกด้วย เนื่องจากในแต่ละปี มักมีเหตุน้ำท่วมขังรอบองค์พระเจดีย์ ทำให้เกิดการทรุดตัวของพื้นที่ในเขตรอบฐานของเกาะ ในสมัยที่พื้นที่ฝั่งคลองบางปลากดยังเป็นป่าชายเลน ยังไม่มีชาวบ้านอาศัยมากนัก ในการจัดงานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์ จึงเป็นหน้าที่หลักของชาวตลาดปากน้ำ ซึ่งนอกจากการร่วมบุญในด้านการเงินแล้ว ชาวฝั่งตลาดปากน้ำยังมีพิธีสำคัญอีกอย่าง นั่นคือ การตระเตรียมผ้าแดง เพื่อใช้ในพิธีห่มรอบองค์พระเจดีย์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชาวเมืองสมุทรปราการอีกด้วย
 การเย็บผ้าแดงห่มองค์พระสมุทรเจดีย์ เป็นหน้าที่ของกำนันตำบลในเมือง ในการชักชวนลูกบ้านทั้งชาย และหญิง ให้มารวมกัน ณ บริเวณศาลา ๙ ห้อง ในเขตวัดกลางวรวิหาร เพื่อร่วมมือกันเย็บผ้าแดง จากผ้าผืนหน้าแคบธรรมดา ต่อกันจนมีขนาดใหญ่ และยาวพอกับขนาดที่ใช้ห่มองค์พระเจดีย์ การร่วมกันตัดเย็บผ้าแดงจะต้องทำให้แล้วเสร็จ ก่อนจัดขบวนแห่ในวันเริ่มงาน วิธีการนี้ ถือเป็นโอกาสที่หนุ่มสาวชาวปากน้ำได้พบปะ และเริ่มต้นความสนิทสนมกัน ซึ่งบ่าวสาวหลายคู่ในอดีต ต่างก็รู้จักกันครั้งแรกที่ศาลา ๙ ห้อง แห่งนี้นี่เอง


การแห่ผ้าแดง สมัยเดิม พิธีอัญเชิญผ้าแดงสำหรับห่มองค์พระเจดีย์ในแต่ละปี จะเริ่มต้นจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ทำการถือฤกษ์ดูวันที่เหมาะสม แล้วมีประกาศการจัดเตรียมงานสมโภช งานนมัสการพระสมุทรเจดีย์ ก่อนที่จะชักชวนชาวเมืองปากน้ำ และในเขตใกล้เคียง ตระเตรียมการร่วมลงเรือแห่ โดยผู้มีศรัทธาทั้งหลาย ต่างก็แจวเรือเรียงรายกัน ต่อท้ายเรือบุษบกที่ได้อัญเชิญ ผ้าห่มสีแดงที่ชาวปากน้ำร่วมกันตัดเย็บ ตั้งบนพานแว่นฟ้า ชาวเรือทั้งหลายต่างก็จะผูกเชือกโยงเรือผ้าแดง เพื่อหวังให้ได้ร่วมบุญกัน จากท่าน้ำหน้าศาลาว่าการเมืองสมุทรปราการ มีวงมโหรีเล่นเพลงนำหน้า ขบวนเรือจะเริ่มต้นการแห่ เลี้ยวซ้ายเข้าคลองปากน้ำ ผ่านไปทางท่าน้ำวัดกลางวรวิหาร เลยแยกหัวน้ำวน ไปทางท่าน้ำวัดใน (เดิม) สองวิหาร ตรงข้ามเป็นท่าน้ำวัดชัยมงคล แล้วย้อนกลับเข้ามาทางปากคลองปากน้ำอีกครั้ง ระหว่างทางจะมีชาวบ้านที่อาศัยริมคลองทั้งสองฝั่ง ร่วมกราบไหว้และตั้งจิตอธิฐาน จากนั้นจึงแห่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปขึ้นฝั่ง ที่เกาะองค์พระสมุทรเจดีย
ต่อมา พิธีแห่ผ้าแดงมีการกำหนดเจาะจงวันเวลาที่แน่นอน โดยเริ่มต้นวันแรก คือ วันแรม ๕ ค่ำ เดือน ๑๑ เวลา ๘.๓๐ นโดยทางคณะกรรมการจะจัดรถยนต์ที่ตกแต่งอย่างสวยงามประดับผ้าสี และทิวธงนำ มีแตรวงกลองยาว เครื่องดีดสีตีเป่า และวงดุริยางค์ของโรงเรียนมากมาย จัดเป็นริ้วขบวนแต่งตัวสวยงาม เพราะมีตัดสินการประกวด มีการยกเลิกการแห่ทางเรือ แล้วแห่กันบนถนน ขบวนแห่เริ่มจากศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ เข้าสู่ตลาดปากน้ำทางถนนประโคนชัย แล้ววกกลับที่เดิมทางถนนศรีสมุทร จากนั้นก็เป็นการเชิญผ้าแดงลงสู่เรือบุษบก ณ ท่าน้ำริมเขื่อน  มีดนตรีบรรเลงขับกล่อมไปในแม่น้ำเจ้าพระยา


เมื่อเริ่มพัฒนาจนมีเรือยนต์แล้ว ขบวนแห่จึงเริ่มขยายเส้นทางให้ชาวเมืองอื่นๆ ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้น โดยมุ่งหน้าสู่เมืองนครเขื่อนขันธ์ (พระประแดงณ ที่ตรงนั้น จะมีขบวนชาวมอญแต่งกายสวยงามออกมาต้อนรับ พร้อมข้าวห่อมื้อกลางวัน เพื่อร่วมอนุโมทนาในงานกุศลครั้งนี้ด้วย จากนั้นจึงหันขบวนเรือกลับสู่พื้นที่เกาะองค์พระสมุทรเจดีย์ เพื่อเริ่มต้นพิธีห่มผ้าแดง หลังเสร็จพิธี จึงมีการเฉลิมฉลองกันตลอดพื้นที่ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
กล่าวได้ว่า ผ้าแดงที่ชาวปากน้ำร่วมกันตัดเย็บ ณ ศาลา ๙ ห้อง วัดกลางวรวิหาร เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการสานสัมพันธ์ระหว่างชาวไทยและชาวจีนที่อาศัยอยู่ทางฝั่งตลาด กับชาวมอญที่เมืองนครเขื่อนขันธ์ (พระประแดง) และชาวบ้านทางฝั่งพระสมุทรเจดีย์ ภาพผ้าแดงที่ปรากฏอยู่บนรอบคอระฆังองค์พระเจดีย์ ตรงปากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าออกประเทศสยาม ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความงดงาม เป็นสีแห่งความเป็นชาติ และสีแห่งความเป็นมงคลของชาวไทยเชื้อสายจีนอีกด้วย
ปัจจุบัน การร่วมกันตัดเย็บผ้าแดงที่บริเวณวัดกลางวรวิหารได้ถูกยกเลิกไปแล้ว เหลือไว้แต่การสั่งทอผ้าแดงผืนใหญ่จากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งแม้จะได้ผลผลิตที่สวยงามไร้รอยต่อระหว่างผืน แต่ก็คงเปรียบไม่ได้กับสิ่งที่เกิดจากฝีมือของชาวบ้านที่เคยร่วมกันถักเย็บ แม้จะไม่งดงามเท่าผลผลิตจากเครื่องทอผ้า แต่ก็ให้ความหมายทางจิตใจชาวเมืองสมุทรปราการมากกว่ากันหลายเท่า














ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น