แม่บ้านห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เหยื่อเด็กโหดที่ถูกฟาดด้วยเก้าอี้พลาสติกจนล้มทั้งยืน โผล่เปิดใจเรื่องทั้งหมดที่บ้านใน จ.ขอนแก่น ไม่ได้เป็นขโมยอย่างที่ถูกกล่าวหา รอหายเจ็บแผลที่เย็บถึง 12 เข็ม จะเข้าแจ้งความตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ด้านพยานโชเฟอร์รถสามล้อเครื่อง เล่าเหตุการณ์ระทึกที่เกิดขึ้นริมถนนพระราม 1 ตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ เหยื่อโหดไม่ได้โดนแค่เก้าอี้ เพราะก่อนฝรั่งมือดีจะถ่ายคลิปแพร่ว่อนเน็ต โดน 2 โจ๋ประเคนทั้งมือทั้งเท้าจนน่วมแล้ว
จากคลิป 2 เด็กนักเรียนสุดโหด ใช้เก้าอี้พลาสติก สีขาวฟาดหน้าหญิงวัยคราวแม่จนล้มทั้งยืน โดยคลิป ดังกล่าวถูกนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เห็นเหตุการณ์บันทึกภาพไว้ก่อนเผยแพร่ในเว็บไซต์ สร้างความหดหู่ใจ แก่ผู้พบเห็น อีกทั้งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้าง ขวางในโลกไซเบอร์ โดยภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏใน คลิป เป็นภาพนักเรียนระดับมัธยม 2 คน คนแรกสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ อีกคนตัวเล็กกว่า ใส่เสื้อนักเรียน กางเกงขาสั้นสีดำ สะพายกระเป้าเป้ ไว้ข้างหลัง มีปากเสียงถกเถียงกับหญิงสูงวัยคนหนึ่ง ลักษณะการแต่งกายคล้ายเป็นแม่บ้านของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง โดยมีชนวนเหตุมาจากเรื่องนาฬิกาของเด็กที่หายไป ก่อนที่เด็กวัยรุ่นที่สวมชุดสีดำ คว้าเก้าอี้ พลาสติกสีขาวที่อยู่ใกล้ๆทำท่าง้างจะฟาด จนหญิงคนนั้นยกมือไหว้ขอร้องว่าอย่าตี แต่เด็กหนุ่มวัยรุ่นสำแดงจิตใจที่เหี้ยมเกรียม ฟาดเก้าอี้ใส่ใบหน้าของหญิงคนนั้นเต็มแรงจนล้มทั้งยืน เหตุเกิดริมถนนใจ กลางกรุงเทพฯ และมีการนำคลิปดังกล่าวเผยแพร่ตามสถานีข่าวหลายช่อง
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อบ่ายวันที่ 24 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้ออกสำรวจหาสถานที่เกิดเหตุ ตามภาพที่ปรากฏในคลิป จนพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ที่ ป้ายรถประจำทาง หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาปทุมวัน ใกล้ปากซอยเกษมสันต์ 3 ตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ ถนนพระราม 1 แขวงและเขตปทุมวัน โดยได้รับการ เปิดเผยจากนายบรรจง ทองพิมพ์ อายุ 45 ปี ว่า มีอาชีพขับรถตุ๊กตุ๊กรับจ้างอยู่ย่านดังกล่าว และจะมารอลูกค้าอยู่บริเวณนี้เป็นประจำว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ช่วงนั้นมีคนพลุกพล่าน มีเด็กนักเรียน 2 คน ยืนโต้เถียงกันอย่างรุนแรงกับผู้หญิงมีอายุคนหนึ่งแต่งตัวคล้ายแม่บ้าน จับใจความเด็กนักเรียนทั้ง 2 กำลังต่อว่าหญิงดังกล่าวเอานาฬิกาข้อมือ ราคา 2 หมื่นบาท ที่พ่อซื้อให้ของหนึ่งในเด็กนักเรียนไป แต่หญิงคนดังกล่าวตอบปฏิเสธ เด็กที่เป็นเจ้าของนาฬิกา จึงค้นตัว และพบนาฬิกาที่กระเป๋ากางเกงด้านขวาของหญิงผู้นี้ ทำให้เด็กคนนั้นโมโหมาก ใช้มือตบที่ใบหน้า และใช้เท้าเตะลำตัวหลายที หญิงคนดังกล่าวก็ยกมือไหว้และร้องขอชีวิตว่าได้นาฬิกาคืนแล้วอย่าทำร้ายป้าเลย
นายบรรจงเล่าอีกว่า เด็กคนที่สวมเสื้อดำ และเป็นเจ้าของนาฬิกาตะคอกด้วยความโมโหใส่หญิงดังกล่าวว่าทำไม่ป้าไม่บอก และคืนให้แต่แรก จากนั้น ก็หยิบขาเก้าอี้พลาสติกสีขาวของวินรถตุ๊กตุ๊กที่ใช้สำหรับ นั่งรอผู้โดยสาร ทำท่าจะฟาดใส่ จนหญิงคนดังกล่าวต้องยกมือไหว้ ทำให้เด็กหนุ่มหยุด แต่เพียงชั่วครู่เด็กหนุ่มเสื้อดำก็ใช้เก้าอี้พลาสติกฟาดเข้าที่หน้าหญิงคนนั้นเต็มแรงจนล้มทั้งยืน ร่วงลงไปนอนกับพื้นเลือดเต็มใบหน้า ลุกขึ้นมายกมือไหว้ไม่ให้ทำร้ายต่อ ขณะที่ เด็กทั้ง 2 ก็เดินหนีไป โดยที่ไม่มีใครเข้าห้าม เพราะว่าเด็กนักเรียนอีกคนมีมีดสปริงอยู่ที่มือจึงไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย ส่วนที่ทำไมนาฬิกาเรือนนั้นมาอยู่ที่หญิงคนนี้ ได้ยินคนพูดกันว่า ป้าแกเก็บขวดพลาสติกขาย ด้วย และอาจจะมีคนเห็นว่าป้าเก็บนาฬิกาได้ และไป บอกกับเด็ก จึงเข้ามาสอบถาม กระทั่งมีเรื่องราวเกิดขึ้น
ด้าน พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส ผกก.สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า ได้ให้ฝ่ายสืบสวนติดตามหาตัวหญิงผู้เสียหายที่ถูกทำร้าย และภาพวงจรปิดใกล้เคียงเพื่อประมวลเหตุการณ์ เบื้องต้นทราบว่า หลังเกิดเหตุ ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ทราบชื่อคือนาง สมจิตร พรายเนาว์ อายุ 57 ปี ชาว จ.ขอนแก่น เป็นแม่บ้านอยู่ในเซ็นทรัลเวิลด์ บาดเจ็บที่บริเวณจมูกและหน้าผาก โดยเศษเก้าอี้พลาสติกแทงเข้าไปฝัง โพรงจมูก แพทย์ต้องผ่าเอาเศษเก้าอี้ออก ขณะนี้กลับบ้านแล้ว ได้สั่งให้ชุดสืบสวนติดต่อนางสมจิตร เพื่อสอบถามว่า จะเอาเรื่องหรือไม่ถ้าติดใจเอาความ จะดำเนินการกับนักเรียนคนดังกล่าวตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่แจ้ง ตำรวจก็สามารถดำเนินคดีเองได้ สำหรับ นางสมจิตร ล่าสุดทราบว่าเดินทางกลับบ้านไปพักฟื้นที่บ้านใน จ.ขอนแก่น
ค่ำวันเดียวกัน นางสมจิตร พรายเนาว์ อายุ 57 ปี เหยื่อเด็กมัธยมเปิดเผยที่บ้านพัก เลขที่ 7/1 บ้านหนองไผ่ ต.วังแสง อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ว่า ทำงานเป็นแม่บ้านทำความสะอาดอยู่ในห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังเลิกงานได้เดินทางกลับที่พัก และเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ได้เดินไปเตะนาฬิกาข้อมือ โดยไม่ทราบว่าเป็นของใคร และราคาเท่าไหร่ แต่ได้พยายามสลัดเอานาฬิกาออกจากเท้า จากนั้นมีเด็กชายวัยรุ่น 2 คนเดินเข้ามาหา พร้อมแสดงตัวเป็นเจ้าของนาฬิกา ตนบอกว่าไม่รู้ เพราะเดินอยู่ดีๆเท้าก็เตะสิ่งของ เมื่อก้มดูจึงเห็นว่าเป็นนาฬิกา และกำลังจะดึงออก แต่ถูกนักเรียนทั้งสองคนเข้ามาต่อว่า และกล่าวหาว่าตนขโมยนาฬิกา ระหว่างนั้น เด็กนักเรียนอีกคนได้คว้าเก้าอี้พลาสติกตีเข้าที่หน้าตนจนล้มลงกับพื้นก่อนทั้งคู่วิ่งหนีไป หลังเกิดเหตุมีคนขับรถตุ๊กตุ๊กที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุได้นำตนไปส่งที่โรงพยาบาลตำรวจ แพทย์ต้องเย็บแผลถึง 12 เข็ม และนอนรักษาตัวถึง 2 คืน ก่อนอนุญาตให้กลับบ้าน ขณะนี้ยังคงมีอาการปวดบาดแผล และเมื่อรักษาอาการบาดเจ็บหาย จะเข้าไปแจ้งความยังสถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุ เพราะถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่คนบริสุทธิ์ต้องมาได้รับบาดเจ็บเพียงแค่เดินเตะนาฬิกา ทั้งๆที่ไม่ได้ไปลักขโมยแต่อย่างใด และไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับบุคคลอื่น
เวลา 21.15 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.ดส.บช.น. พร้อมกำลังเข้าควบคุมตัวนายเอ (นามสมมติ) นร.ชั้น ม.6 โรงเรียนมัธยม ของรัฐแห่งหนึ่ง ได้ที่หน้าสนามกีฬาแห่งชาติ ถนนพระราม 1 ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ ดส. เบื้องต้นนายเอรับสารภาพว่าเป็นคนสวมเสื้อยืดสีดำ และใช้เก้าอี้ฟาดหน้านางสมจิตรจริง โดยก่อนหน้าได้ท้าชกกับเพื่อน และถอดนาฬิกายี่ห้ออาร์มานี่ พอต่อยกับเพื่อนเสร็จกลับมานาฬิกาหายไปแล้ว เข้าใจผิดคิดว่านางสมจิตรที่เก็บได้เป็นคนขโมย ส่วนรายละเอียดอื่นๆอยู่ระหว่างการสอบสวน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น